[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by Sanpatong Hospital
www.sanpatonghospital.go.th
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
ค้นหา   
เราไม่ทิ้งกัน "เสี่ยหนู-เสี่ยต่อ" โชว์ปึ้ก ดับกระแสร้อนปรับ ครม.(26 ก.พ. 2564, 04:05) แจงหลังถูกวิจารณ์แง่ลบ ร่วมกักตัวโควิดฯ ย้ำโรงแรมเข้มมาตรการสาธารณสุข(26 ก.พ. 2564, 04:03) ฝีเท้าโดนใจ เปแอสเช จ้องคว้าสตาร์ลิเวอร์พูล จากอ้อมอกคลอปป์(26 ก.พ. 2564, 03:54) อาร์เซนอล เบียดเฉือน เบนฟิกา สุดระทึก 3-2 สกอร์รวมลิ่ว 16 ทีม ยูโรปาลีก(26 ก.พ. 2564, 02:52) รมช.แรงงาน ลุยแก้ปัญหาสวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำ ไม่เป็นธรรมทางสังคม(26 ก.พ. 2564, 02:52) "สมศักดิ์" ยัน พปชร.กลมเกลียว ย้ำปรับ ครม.เป็นอำนาจ "บิ๊กตู่" (26 ก.พ. 2564, 02:33) ร้อง ปอท.เอาผิด คนใช้เฟซฯ "เพนกวิน" โพสต์หมิ่นเบื้องสูง (26 ก.พ. 2564, 02:12) รายชื่อ 11 ตัวจริง แมนยูฯ เกมปะทะ เรอัล โซเซียดาด ศึกยูโรปาลีก(26 ก.พ. 2564, 01:57) มือยิงหนุ่ม 21 ตายหน้าเวทีหมอลำ ที่ร้อยเอ็ด มอบตัวแล้ว โดน 4 ข้อหา (26 ก.พ. 2564, 01:51) สี จิ้นผิง ประกาศชัยชนะ พาชาวจีนเฉียด 100 ล้านคนพ้นความยากจน(26 ก.พ. 2564, 01:48) หึ่งแยกมรณะ สังเวยหลายศพ BMW ทางตรง ซัด จยย.2 ผัวเมีย กระด็นดับคู่ (26 ก.พ. 2564, 01:19) ส.นักข่าวช่างภาพกีฬาฯ มอบทุนการศึกษาบุตร-ธิดา "บิ๊กเหม็น" ยันดูแลเต็มที่(26 ก.พ. 2564, 00:56) "ลิลลี่" ปัดเป็นแฟน "Illslick" เคลียร์ข่าวลวงเด็ก ลั่นเอาผิดคนหมิ่นฯ(26 ก.พ. 2564, 00:47) ออสเตรเลียชาติแรก ผ่าน ก.ม. บีบ กูเกิล-เฟซบุ๊ก จ่ายค่าคอนเทนต์ข่าว(26 ก.พ. 2564, 00:31) ลุ้นแชมป์ได้ยัง ส่องผัง 11 ตัวจริง เชลซี ฤดูกาลหน้า หากเสี่ยหมีทุ่มหมื่นล้าน(25 ก.พ. 2564, 23:46) หนุ่มกะลาสีตกเรือเกาะทุ่นตกปลาลอยคอกลางทะเล รอดปาฏิหาริย์(25 ก.พ. 2564, 23:01) ลิเวอร์พูล มาแรง ผงาดเต็งคว้าแข้งจอมลุย ค่าตัวเกือบพันล้าน (คลิป)(25 ก.พ. 2564, 22:47) แมนยูฯ สู้มั้ย “ดอร์ทมุนด์” ตั้งค่าตัว “ฮาแลนด์” ช่วงซัมเมอร์นี้แล้ว(25 ก.พ. 2564, 21:56) จับแล้ว วินจยย.โหดเมืองพัทยา เตะหน้าหนุ่มชิลี ขี้รำคาญ-ถูกตื๊อให้ไปส่ง(25 ก.พ. 2564, 21:54) ไบรท์ น้ำตาคลอ เล่าวันหมั้น โต๋ ที่ รพ. แม่บอกดีใจ ได้ทำหน้าที่สุดท้าย(25 ก.พ. 2564, 21:34)
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 47 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
ข้อมูลonline

หน่วยงานภายนอก
พยากรณ์อากาศ
 



  

   เว็บบอร์ด >> ข้อเสนอแนะ >>
สกอร์ 2-0 ของ ลิเวอร์พูล เหนือ ไลป์ซิก ที่สนาม ปุสกัน อารีน่า  VIEW : 5    
โดย 22

UID : ไม่มีข้อมูล
โพสแล้ว : 1
ตอบแล้ว :
เพศ :
ระดับ : 1
Exp : 20%
เข้าระบบ :
ออฟไลน์ :
IP : 193.37.32.xxx

 
เมื่อ : พุธ ที่ 17 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2564 เวลา 15:10:50    ปักหมุดและแบ่งปัน

ไม่ค่อยชิน…คู่แข่งพลาดและ “หงส์” เก็บคลีนชีต

สกอร์ 2-0 ของ ลิเวอร์พูล เหนือ ไลป์ซิก ที่สนาม ปุสกัน อารีน่า ได้ลบล้างความเคยชินของ เดอะ ค็อป ที่พักหลังเริ่มจิตหลอนไปแทบจะหมดสิ้น นั่นคือ

1. การเก็บคลีนชีตที่นานแล้วเราไม่ได้เห็น เป็นหนแรกในรอบ 9 นัด

2. การเปลี่ยนตัว OX และ เชอร์ดาน ชาร์กิรี่ ที่ทำให้ ลิเวอร์พูล พังมา 2 นัดติด วันนี้ถือว่าไม่มีภาพนั้นเกิดขึ้นอีก

3. ไม่มี human error จนนำมาสู่การเสียประตู

4. ตรงกันข้าม มี human error จากฝั่งตรงข้ามและ “หงส์แดง” ฉวยโอกาสทั้ง 2 หน

5 ทำให้แฟนบอลกลับมามีกำลังใจทำงานทำการอีกครั้ง หลังสภาพจิตใจย่ำแย่มา 3 นัดติด

เกมนี้มีความสำคัญในช่วงเวลาที่บีบคั้นเอามากๆเพราะมันอาจออกได้ 2 ทางคือดำดิ่งสุดขีดแพ้ 4 นัดติดหรือการ reset หาจุดเปลี่ยนจากเกมใหญ่ไปเลย

เพราะเราต้องไม่ลืมว่าทีมอย่าง ลิเวอร์พูล เตะมา 10 นัดตั้งแต่ขึ้นปี 2021 แพ้ถึง 6 ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆเพราะการแพ้บ่อยท้ายที่สุดมันจะกลายเป็นนิสัยไปแบบไม่รู้ตัว

ปัญหาใหญ่คือเกมนี้ดันมาเจอทีมโหดอย่าง ไลป์ซิก ของน้า ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ที่แม้ผมดูทีมนี้เล่นไม่บ่อยแต่รู้ว่าเป็นทีมที่ “โคตรดีด” เพรสหนัก ระบบจ๋า แถมออกบอลกันไว ใครจะเพรสคืนอาจตีรถเปล่าจนเสียตำแหน่งได้ง่ายๆ

ลิเวอร์พูล ถือว่าโชคดีเอามากๆที่รอดการเสียประตูตั้งแต่นาทีที่ 5 จากลูกโหม่งชนเสาของ อังเคลิโญ่

เชื่อเหลือเกินว่าถ้าตามหลังเร็วในเกมแบบนี้ สภาพจิตใจจะส่งผลทำให้ระเบียบเกมรับไม่มีทางเหมือนเดิมแน่

ช่วงแรกเจ้าถิ่น (ในภาคทฤษฏี) ได้ขึ้นเกมมาถึงหน้าปากประตู “หงส์แดง” ค่อนข้างง่ายด้วยการเล่นตามที่บอกคือไวและนักเตะเอาตัวรอดเก่ง

“หงส์แดง” แสดงออกชัดเจนครับว่าบอลแดน 1 ในหน้าเขตโทษตัวเองกับแดน 3 หน้าเขตโทษ ไลป์ซฺก ความ relax เวลาเล่นกับบอลต่างกันมาก

อันนี้พอเข้าใจได้จากการถูกแข้ง ไลป์ซิก press ตามสไตล์ ทำให้ในสภาพกลางกับหลังของ ลิเวอร์พูล ไม่อยู่ในสภาพที่แกะเพรสได้เนียนตาเหมือนแต่ก่อน

จึงลงท้ายด้วยการเปิดยาวขนานริมเส้น ทั้ง TAA และ แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ที่เกินกว่า 50% การเล่นลักษณะนี้ถ้าถูกตัดได้มีโอกาสออกข้างสูง หรือไม่ก็ลงท้ายด้วยการแย่งจังหวะ second ball กันอีกยก

วิธีนี้จึงถือเป็นการแก้ขัดในเมื่อมิดฟิลด์ 3 ตัวไม่ค่อยสันทัดการเอาตัวรอดยามโดนบีบหนักๆในแดนบนซักเท่าไหร่

แต่เมื่อบอลเลยกลางสนามมาถึงแดน 3 การเชื่อมบอลของ โม ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์เมียโน่ รวมถึง เคอร์ติส โจนส์ มีสวยๆหลายต่อหลายหน

การครองบอลและขึงใส่คู่แข่ง เราน่าจะเห็นกันจนชินตา เพียงแต่มันไม่มีประตู เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆแล้วไม่มีประตูเราก็เริ่มอยู่ไม่สุข ภาพการสติแตกในช่วงตั้งแต่นาทีที่ 70 เป็นต้นไปใน 2 เกมหลังสุดกับ แมนฯซิตี้ และ เลสเตอร์ มันแอบลอยเข้ามา

อย่างไรก็ตาม ไลปซิก ที่พยายามใช้การเพรสทำลายเกม “หงส์แดง” แต่กลับเป็นว่าพวกเขาเองถูกลูกทีม เยอร์เก้น คล็อปป์ เอาคืนหลังใช้วิธีนี้กดอยู่หมัด 15-20 นาทีจนกระทั่งจบครึ่งแรก

ก่อนพักครึ่งราวๆ 5 นาที JK รู้ครับว่าช่วงนี้คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะขึ้นนำแต่หลังเห็นลูกทีมเผาโอกาสเสียงแจก “ฟัค” จากข้างสนามดังสนั่น

สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ไลป์ซิก ที่ไม่มีวี่แววว่าจะทำเรื่องประหลาดๆกลับพลาดเองถึง 2 ลูกภายใน 5 นาทีและ โม ซาลาห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ ไม่มีใครยอมพลาดทำให้ทุกอย่างจบตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง

แม้แนวนับ ลิเวอร์พูล ยังมีหลุดๆตามสภาพอยู่บ้างแต่โดยรวมถือว่าอยู่ในระดับน่าพอใจ

นี่คืออีกนัดที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปปิตัน คอยดักเก็บกินและเป็นทุกอย่างให้เธอก่อนรับ MOM แบบไร้คู่แข่ง

อีกคนที่ต้องชมคือ เคอร์ติส โจนส์ ที่วันนี้เก็บบอลและสร้างประโยชน์ให้ทีมได้โดดเด่นที่สุดในแดนกลาง ด้วยการเล่นที่ไม่รุกจ๋าไม่รับจู๋จึงเหมาะกับระบบยามนี้เป็นอย่างยิ่ง

ผมเริ่มค่อยๆรู้สึกดีกับน้องมันบ้างแล้วหลังมองแง่ลบมาตลอดนับตั้งแต่ทำพลาดในเกมเสมอ เวสต์บรอมวิช แต่คงอีกพักใหญ่ๆกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม ฮา

อีกประเด็นเล็กๆคือวันนี้รู้สึกสบายใจกับการเห็นผู้ตัดสินทำหน้าที่ในเกมยุโรป ทำให้เกมไหลลื่น เหมือนเอาคนดูบอลเป็นมาเป่า ไม่มีจังหวะน่ารำคาญมาคั่นอารมณ์

การทำฟาว์ลแค่หยุมหยิม แต่เป็นลูกสวนกลับที่ฝ่ายรุกกำลังได้เปรียบ ก็คือแจกเลย ไม่สนว่าจะเล่นไปกี่นาที ทำให้เกมนี้มีผู้เล่นโดนใบเหลืองรวมกันถึง 7 ใบ (เจ้าถิ่นฟาดไป 5)

การตุน away goal 2 ลูกทำให้เลก 2 เล่นง่ายทันที การปรับมาขันเกมรับแน่นๆไม่ต้องดันสูงเพื่อรอสวนกลับเหมือนอย่างที่ทำได้ในวันนี้อาจเป็นเวย์ที่น่าสนใจไม่น้อย

ครับ วันนี้คงไม่มีอะไรมากกับชัยชนะที่มาเบรกความพ่ายแพ้ 3 นัดติด ถือเป็นสัญญาณที่ดีก่อนทำศึก ดาร์บี้ แมทช์ กับ เอฟเวอร์ตัน ในวันอาทิตย์นี้

ผมคงไม่บอกว่านี่คือ “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญอะไรเท่าไหร่ มันเป็นสถานการณ์นัดต่อนัดที่เหตุการณ์ในสนามต่างกรรมต่างวาระกันไป

ผมยังเฝ้ารอการกลับมาของ ฟาบินโญ่ ที่จะทำให้เราโหยหาอยากเห็น เฮนโด้ กลับมาบัญชาเกมตรงกลางอีกครั้งเพื่อระบบการเล่นจะได้เข้าที่เข้าทาง อย่างน้อยก็แน่นขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

ตรงนี้แหละครับที่ผมมองว่าอาจเป็น “จุดเปลี่ยน” มากกว่าสิ่งอื่นใด…

สนับสนุนโดยเว็บไซต์ lsm999